Friday, September 09, 2005

ส่งงานอ.ชูเกียรติ

น.ส.จารุวรรณ ก้อนแข็ง 461137107

บทที่ 6
การศึกษาทางไกล

แผนบริหารการสอนประจำบท
1 ชื่อบท
การศึกษาทางไกล
2 หัวข้อเนื้อหาประจำบท
2.1 ความหมายของการศึกษาทางไกล
2.2 ความเป็นมาของการศึกษาทางไกล
2.3 หลักของการศึกษาทางไกล
2.4 สื่อการจัดการศึกษาทางไกล
2.5 การจัดการศึกษาทางไกล
2.5.1 อักโพ
2.5.2 มหาวิทยาลัยเปิด
2.5.3 โรงเรียนทางอากาศ
2.5.4 โปรแกรมการศึกษาทางไกลในสหรัฐอเมริกา
2.5.5 เครือข่ายการศึกษาของมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน
2.5.6 โครงการยูนิเน็ต
2.5.7 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.)
2.6 ระบบการสื่อสารในการศึกษาทางไกล
2.7 การศึกษาทางไกลแบบการสื่อสารทางเดียว
2.7.1 วิทยุ
2.7.2 โทรทัศน์
2.7.3 คอมพิวเตอร์
2.8 การศึกษาทางไกลแบบสื่อสารสองทาง
2.8.1 ลักษณะการเชื่อมต่อในระบบการศึกษาทางไกล
2.8.2 การประชุมทางไกล
2.8.3 รูปแบบของการประชุมทางไกลเพื่อการศึกษา
2.8.4 ห้องเรียนเสมือนจริง
3.วัตถุประสงค์
เมื่อนักศึกษาเรียนจบบทเรียนนี้แล้ว นักศึกษาควรมีความสามารถ ดังต่อไปนี้
3.1 บอกความหมายและความเป็นมาของการศึกษาทางไกลได้
3.2 อธิบายหลักการของการศึกษาทางไกลได้
3.3 บอกประเภทของสื่อในการจัดการศึกษาทางไกลได้
3.4 อธิบายการจัดการสื่อสารในการศึกษาทางไกลได้
3.5 บอกระบบการสื่อสารในการศึกษาทางไกลได้
3.6 อธิบายการศึกษาทางไกลแบบการสื่อสารทางเดียวได้
3.7 อธิบายการศึกษาทางไกลแบบการสื่อสารสองทางได้
4 รายละเอียดเนื้อหาประจำบท
คนในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศสามรถมีโอกาสเทาเทียมกันในการศึกษาได้ด้วย การศึกษาทางไกล การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนไม่ว่าจะอยู่ที่ห่างไกลเพียงใดก็ตาม สามารถเรียนรู้ได้เสมือนเรียนอยู่ในสถาบันการศึกษา
ด้วยการศึกษาด้วยการเรียนด้วยตนเองจากสื่อต่างๆ และด้วยประสิทธิภาพของเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบโทรคมนาคม ในการถ่ายทอดการสอนในลักษณะของการสื่อสารสองทางก็ยิ่งทำให้ผู้เรียนสามารถโต้ตอบกับผู้สอนได้
เป็นการเพิ่มประสิทธิผลของการเรียนให้มีมากยิ่งขึ้นและในขณะนี้มีการเรียนการสอนทั้งในระบบและนอกระบบโรงเรียนโดยมีตั้งแต่ระดับต้นจนถึงระดับปริญญา
ความหมายของการศึกษาทางไกล
การศึกษาทางไกล ( Distance Education ) หมายถึง ระบบการศึกษาที่ผู้เรียนและผู้สอนอยู่ไกลกัน แต่สามารถทำให้เกิดการเรียนรู้ได้โดยอาศัยสื่อการสอนในลักษณะของสื่อประสมโดยการใช้สื่อต่างๆ ร่วมกัน เช่น ตำราเรียน เทปเสียง แผนภูมิ คอมพิวเตอร์ หรือโดยการใช้อุปกรณ์ โทรคมนาคมและสื่อมวลชน ประเภทวิทยุและโทรทัศน์ เข้ามาช่วยในการแพร่กระจายการศึกษาไปยังที่ปรารถนาจะเรียนรู้ได้อย่างกว้างขวาง ทั่วทุกถิ่น การศึกษานี้มีทั้งในระดับต้นจนนี้มีทั้งในระดับสูงขั้นปริญญา
การศึกษาทางไกล เป็นการศึกษาวิธีหนึ่งในการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบโรงเรียนที่อาศัยสื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และสื่อบุคคล รวมทั้งระบบโทรคมนาคมรูปแบบต่างๆ เป็นหลักการเตรียมการสอน เพื่อให้ผู้เรียน
รู้ได้ด้วยตนเองจากสื่อเหล่านี้ และอาจมีการสอนเสริมควบคู่ไปด้วยเพื่อให้ผู้สอนเองหรือผู้สอนเสริม ดดยที่การศึกษานี้อาจจะอยู่ในรูปแบบของการศึกษารายบุคคลรายบุคคล หรือรูปแบบของมหาวิทยาลัยเปิดก็ได้

ความเป็นมาของการสึกษาทางไกล
การศึกษาทางไกลเริ่มมีขึ้นเป็นครั้งแรกตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. 2393
( กลางศตวรรษที่ 19) ทั้งในยุโรปและประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ริเริ่มการสอนทางไกลได้ใช้เทคโนโลยีที่เยี่ยมยอดที่สุดในสมัยนั้นคือระบบไปรษณียื เพื่อโอกาสทางการศึกษา แก่บุคคลผู้ต้องการเรียนแต่ไม่สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนธรรมดาได้ ผู้เรียนซึ่งได้รับประโยชน์จากการเรียนทางไปรษณีย์เหล่านี้ ได้แก่พิการ และหญิงซึ่งไม่ได้รับอนุญาตเข้าเรียนในสถาบันชาย บุคคลซึ่งทำงานตอนกลางวันซึ่งเป็นเวลาเรียนปกติในโรงเรียน และบุคคลผู้อยู่ในที่ห่างไกลที่ไม่มีที่เรียนตั้งอยู่
การประดิษฐ์คิดค้นวิทยุขึ้นในช่วงระหว่าง พ.ศ. 2463-2472 ( ทศวรรษ 1920S ) และโทรทัศน์ในช่วง พ.ศ.2483 – 2492 ( ทษวรรษ 1940S ) ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญในการศึกษาทางไกล โดยยังประโยชน์ให้ผู้สอนสามารถใช้เทคโนโลยีใหม่นี้ในการเผยแพร่โปรแกรมการเรียนให้แก่ผู้เรียนอย่างกว้างขวางเพิ่มนับล้านๆคน นับเป็นการขยายโอกาสทางการเรียนครั้งสำคัญนอกเหนือจากการเรียนในโรงเรียนจากการเรียนโรงเรียนปกติ
พัฒนาการของระบบโทรศัทท์ในช่วงประมาณ พ.ศ.2443
( ต้นทศวรรษ 1900S) เป็นการเริ่มศักยภาพให้แก่ผุ้สอนทางไกลในการติดต่อกับผู้เรียนได้ แต่ระบบโทรศัพท์มิได้มีบทบาทสำคัญเท่าใดนักในการศึกษาจนกระทั่งมีการใช้เทคโนโลยีการประชุมทางไกลขึ้นในช่วง พ.ศ. 2523 – 2543
( ทศวรรษ 1980S ) ระบบการประชุมทางไกลช่วยให้ผู้สอนได้สามารถสอนได้เวลาจริง ถึงแม้ผู้สอนและผู้เรียนจะอยู่ห่างกันในส่วนใดของโลกก็ตาม
การศึกษาทางไกลในปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีโทรคมนาคมร่วมกันมากขึ้น เพื่อเพิ่มความสามารถในการให้ผู้สอนและผู้เรียนติดต่อถึงกันได้ ด้วยการแผ่ขยายเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในช่วง พ.ศ. 2523 – 2542 (ทศวรรษ 1980s – 1990s) ทำให้มีการต่อพ่วงคอมพิวเตอร์เข้ากับสายโทรศัพท์จึงช่วยให้ผู้สอนและผู้เรียนสื่อสารกันได้ด้วยคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ การใช้คอมพิวเตอร์ในระบบเวิลด์ไวด์เว็บยังทำให้ผู้สอนสามารถเสนอข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเสียง ในลักษณะสื่อหลายมิติ รวมถึงการที่ผู้เรียนสามารถมีการโต้ตอบกับผู้สอนได้ในรูปแบบเดียวกัน จึงนับได้ว่าการศึกษาทางไกลในปัจจุบันมีการพัฒนาการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

หลักการของการศึกษาทางไกล
การศึกษาทางไกลเป็นระบบการศึกษาที่ยึดหลักการในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
1. การศึกษาตลอดชีวิต ซึ่งถือเสมือนว่าการศึกษาเป็นปัจจัยที่ห้าของการดำรงชีพ จึงสมควรใช้การศึกษาเป็นปัจจัยในการพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยไม่จำเป็นต้องแยกชีวิตการเรียนออกจากชีวิตการทำงาน การศึกษาจึงน่าจะเป็นกระบวนการที่สอดแทรกอยู่ได้ในวิถีการดำเนินชีวิตปกติผู้ที่สนใจเรียนสามารถจะเรียนเมื่อไรก็ได้โดยคำนึงถึงความพร้อม ความถนัด ความต้องการ และความสนใจโดยไม่จำเป็นต้องเรียนเพื่อเป็นอาชีพการงาน
2. การให้โอกาสเท่าเทียมกันในการศึกษา เป็นการเลือกและทางออกไปสู่อุดมคติในการแก้ปัญหาเรื่องความเสมอภาคทางการศึกษา เป็นการขยายโอกาสให้ผู้ที่ต้องละทิ้งการศึกษาก่อนจบหลักสูตรหรือผู้ที่ไม่มีโอกาสศึกษาเล่าเรียน ตลอดจนผู้ที่ต้องการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมได้มีโอกาสศึกษาต่อ ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการการศึกษาตลอดชีวิต นอกจากนี้ยังเป็นการแก้ปัญหาครูผู้สอนในวิชาที่ไม่สามารถหาผู้เชี่ยวชาญในวิชานั้น ๆ ได้ เพื่อให้ผู้เรียนในที่ห่างไกลสามารถได้รับความรู้ได้อย่างเท่าเทียมกับผู้เรียนที่อยู่ในเมือง
3. ส่งเสริมการศึกษามวลชน เป็นการให้การศึกษาแก่มวลชนในระดับต่าง ๆ โดยการใช้สื่อมวลชนและสื่ออื่น ๆ รวมทั้งอุปกรณ์โทรคมนาคมประเภทต่าง ๆ ร่วมกันในรูปของสื่อประสม
จากหลักการดังกล่าวนี้การศึกษาทางไกลจึงเป็นการศึกษาระบบเปิดเต็มรูป มีการเรียนทั้งในระบบและนอกระบบโรงเรียนควบคู่กันไป เป็นการจัดการสอนที่พยายามให้ถึงตัวผู้เรียนมากที่สุดเป็นระบบการเรียนการสอนที่อำนวยให้ผู้เรียนสามารถใช้เวลาว่างศึกษาด้วยตนเองโดยไม่ต้องเข้าชั้นเรียนตามปกติ ไม่เป็นต้องมีที่เรียนประจำ ถึงแม้ว่าผู้เรียนและผู้สอนจะอยู่ไกลกันก็ตามแต่ก็สามารถกระทำกิจกรรมการเรียนร่วมกันได้โดยอาศัยสื่อการสอน เช่น ตำราเรียนสิ่งพิมพ์ เทปบันทึกเสียง สื่อมวลชนและอุปกรณ์โทรคมนาคมประเภทต่าง ๆ เป็นการให้ผู้เรียนรู้ด้วยตนเองมากที่สุดและมีการพบกลุ่มหรือการสอนเสริมเป็นครั้งคราวเพื่อทบทวนบทเรียนและซักถาม บทเรียนที่สงสัยจากผู้ทบทวนหรือครูประจำกลุ่ม

สื่อในการศึกษาทางไกล
การเลือกหรือจัดสื่อเพื่อใช้ในการศึกษาทางไกลไม่ว่าจะเป็นสื่อชนิดใดก็ตาม จะต้องคำนึงถึงหลักจิตวิทยาที่ว่า ถ้าผู้เรียนต้องมีปฏิสัมพันธ์กับสื่ออยู่ตลอดเวลา นาน ๆ เข้าก็จะเกิดการเบื่อหน่าย ยิ่งถ้าสื่อนั้นเป็นสื่อชนิดเดียวกันหรือเป็นสื่อทางวิชาการที่ยุ่งยากซับซ้อน ทำให้ไม่สนุกแล้ว ผู้เรียนก็จะยิ่งท้อถอยหมดกำลังใจในการเรียนรู้ด้วยตนเอง ดังนั้น สื่อที่ใช้จึงควรเป็นสื่อที่มีการเสริมแรงให้กำลังใจและให้ผู้เรียนสามารถรู้ความก้าวหน้าของตนเองเป็นระยะ ๆ การใช้สื่อในการเรียนแบบนี้จึงควรอยู่ในลักษณะสื่อประสมโดยมีสื่อใดสื่อหนึ่งเป็นหลักและมีสื่อชนิดอื่น ๆ เป็นสื่อเสริม ทั้งนี้เพราะสื่อแต่ละอย่างมีทั้งข้อดีและข้อจำกัดในตัวเอง การศึกษาจากสื่อเพียงชนิดเดียวอาจจะทำให้ผู้เรียนได้รับความรู้ไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร จึงต้องอาศัยสื่ออื่นประกอบเพื่อเสริมความรู้ สื่อที่ใช้ในการศึกษาทางไกลนี้แยกออกได้ ดังนี้
สื่อหลัก คือ สื่อที่บรรจุเนื้อหารายละเอียดตามประมวลการสอนของแต่ละวิชาในหลักสูตรโดยอาจอยู่ในรูปแบบของสื่อสิ่งพิมพ์ รายการโทรทัศน์การสอน รายการวิทยุการสอนหรือวิทยุโรงเรียนและโปรแกรมการสอนใช้คอมพิวเตอร์ช่วย ผู้เรียนต้องศึกษาจากสื่อหลักให้ครบตามหลักสูตรของวิชาจึงจะสามารถเรียนรู้เนื้อหาได้อย่างครบถ้วน
สื่อเสริม คือ สื่อที่จะช่วยเก็บตก ต่อเติมความรู้ให้แก่ผู้เรียนให้มีความรู้กระจ่างสมบูรณ์ขึ้นหรือหากในกรณีที่ผู้เรียนศึกษาจากสื่อหลักแล้วยังไม่จุใจพอ หรือยังไม่เข้าใจได้ชัดเจนมีปัญหาอยู่ก็สามารถศึกษาเพิ่มเติมจากสื่อเสริมได้ สื่อประเภทนี้จะอยู่ในรูปแบบของเทปสรุปบทเรียน วิทยุ เอกสารเสริม การสอนเสริม การพบกลุ่ม หรือเว็บไซต์ต่าง ๆ เป็นต้น
การเลือกใช้สื่อหลักอาจจัดได้หลายแนวคือแนวที่ยึดสิ่งพิมพ์เป็นหลัก ในลักษณะหนังสือตำราเรียน หนังสือแบบฝึกหัด เอกสาร คำบรรยาย
1. แนวที่ยึดโทรทัศน์เป็นหลัก ในลักษณะรายการโทรทัศน์การสอน ส่งไปยังผู้เรียนโดยการแพร่สัญญาณปกติ การส่งสัญญาณผ่านดาวเทียม คลื่นไมโครเวฟ เคเบิลทีวี รวมถึงการใช้แผ่นวีดีทัศน์และแถบวิดีทัศน์นำเสนอบทเรียนตามหลักสูตรการสอน
2. แนวที่ยึดโทรทัศน์เป็นหลัก ในลักษณะรายการโทรทัศน์การสอน ส่งไปยังผู้เรียนโดยการแพร่สัญญาณปกติ การส่งสัญญาณผ่านดาวเทียม คลื่นไมโครเวฟ เคเบิลทีวี รวมถึงการใช้แผ่นวิดีทัศน์และแถบวิดีทัศน์นำเสนอบทเรียนตามหลักสูตรการสอน
3. แนวที่ยึดวิทยุเป็นหลัก ในลักษณะรายการวิทยุการสอนและวิทยุโรงเรียน
4. แนวที่ยึดคอมพิวเตอร์เป็นหลัก ในลักษณะของการสอนใช้เว็บเป็นฐาน (Web-Based Instruction : WBI) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “สื่อประสม” (multimedia) ที่มีบูรณาการของสื่อแต่ละประเภทเพื่อช่วยให้การถ่ายทอดความรู้และเนื้อหาสาระเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เช่น เมื่อใช้โทรทัศน์เป็นสื่อหลักแล้ว ควรเสริมด้วยสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออื่น ๆ เช่น เทปเสียงสรุปบทเรียนคอมพิวเตอร์และการสอนเสริม เพื่อช่วยให้ผู้เรียนได้รับความรู้เพิ่มขึ้นในแต่ละหัวข้อการเรียน เป็นต้น
นอกจากการใช้สื่อประสมดังกล่าวแล้ว สื่อที่สำคัญอีกอย่าหนึ่งในระบบการศึกษาทางไกลได้แก่ “สื่อบุคคล” ซึ่งอาจเป็นผู้นำกลุ่ม ผู้ทบทวนบทเรียนหรือผู้สอนเสริม เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้พบปะวิทยากรที่มีความรู้ความชำนาญในท้องถิ่น หรือเป็นการที่ผู้เรียนรวมกลุ่มเพื่อรับการสอนเสริมทบทวนบทเรียน อภิปรายปัญหาในบทเรียนหรือการทำงานตลอดจนรับการแนะแนวการศึกษาและอาชีพ การใช้สื่อบุคคลใช้ได้โดยการที่ผู้เรียนติดต่อกับบุคคลเหล่านั้น หรือแม้แต่กับผู้สอนเองโดยทางไปรษณีย์หรือทางโทรศัพท์ เพื่อซักถามปัญหาหรือทบทวนบทเรียนหรืออาจเป็นการติดต่อกันเองระหว่างผู้เรียนก็ได้

การจัดการศึกษาทางไกล
จากหลักการของระบบการศึกษาทางไกลในเรื่องของการศึกษาตลอดชีวิต การให้โอกาสเท่าเทียมกันในการศึกษาและการส่งเสริมการศึกษามวลชน จึงมีการจัดการศึกษาระบบนี้ขึ้นในประเทศต่าง ๆ มากมายทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้วและในประเทศที่กำลังพัฒนา ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนได้มีโอกาสศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการก้าวทันโลกในยุคปัจจุบัน การจัดการศึกษาทางไกลนี้สามารถจัดได้ในรูปแบบและวิธีการต่างๆ กันดังนี้
อักโพ (Accion Cultural Popular : ACPO)
อักโพเป็นการจัดการศึกษาทางไกลในประเทศโคลอมเบีย ในรูปแบบของการศึกษานอกระบบโดยการใช้สื่อวิทยุ สิ่งพิมพ์ สื่อบุคคล และการรวมกลุ่มผู้เรียน การจัดการศึกษานี้เริ่มมีขึ้นในปี พ.ศ. 2490 โดยพระสอนศาสนาคริสต์ชื่อ โฮเซ โฮอาชิน ซัลคาโต (Jose Joachin Saicado) เป็นผู้เริ่มการใช้วิทยุที่ประดิษฐ์ขึ้นเองและเครื่องรับวิทยุอีก 3 เครื่อง ในการให้การศึกษาแก่ชาวชนบทซึ่งเป็นผู้อ่านเขียนไม่ได้ ต่อมาได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลโคลอมเบีย เงินทุนจากยุคคลต่าง ๆ และองค์การยูเนสโกตลอดจนความร่วมมืออาสาสมัครในหมู่บ้าน ทำให้สามารถจัดตั้งอักโพ ซึ่งมีสถานีวิทยุเครือข่ายใหญ่ที่สุดในโคลอมเบีย มีกลุ่มผู้เรียนทางวิทยุมากกว่าสองหมื่นกลุ่มหน้าที่ของอักโพ คือการเติมช่องว่างในระบบการศึกษาให้แก่ชาวชนบทและมุ่งพัฒนาให้ชาวชนบทมีความเชื่อมั่นในตนเอง
การจัดการศึกษาของอักโพ เป็นแบบผสมผสานขั้นพื้นบ้านสำหรับชาวชนบททุกวัยโดยการจัดเนื้อหาบทเรียนให้สัมพันธ์กับสภาพและปัญหาของชีวิตในชนบท มีการแบ่งเนื้อหาออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ การอ่านออกเขียนได้ เศรษฐกิจการอาชีพ เลขคณิต สุขภาพอนามัย และศาสนา โปรแกรมการเรียนมีทั้งในขั้นพื้นฐาน ขั้นระดับประถมศึกษาและการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตมีวิธีการสอนโดยผ่านกลุ่มผู้เรียนทางวิทยุหรือวิทยุโรงเรียน โดยมีหัวหน้ากลุ่มซึ่งเป็นอาสาสมัครในหมู่บ้านเป็นผู้จัดกลุ่มและเป็นผู้เชื่อมโยงการสอนระหว่างครูวิทยุกับผู้เรียนด้วย สื่อการเรียนที่ใช้ ได้แก่ หนังสือตำราเรียน หนังสือพิมพ์ บริการสื่อสานทางไปรษณีย์ และบุคลากรด้านวางแผนและปฏิบัติภาคสนาม
เป็นที่ยอมรับกันว่าอักโพประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่งในการพัฒนาชนบท โดยการจัดโปรแกรมการศึกษานอกระบบในรูปแบบของการศึกษาทางไกล สามารถสร้างสรรค์บุคคลให้มีความคิดริเริ่มเป็นของตนเองและการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของชาวชนบทให้ดีขึ้นเป็นอย่างมาก

มหาวิทยาลัยเปิด (Open University)
มหาวิทยาลัยเปิดแห่งประเทศอังกฤษ เป็นสถาบันระดับอุดมศึกษาที่สอนในระบบการศึกษาทางไกล และเป็นมหาวิทยาลัยที่มีจำนวนผู้เรียนมากที่สุด มากกว่าสถาบันอุดมศึกษาและสถาบันฝึกอบรมอื่น ๆ ทั่วประเทศ มหาวิทยาลัยเปิดจะรับผู้เรียนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ทั้งที่อยู่ในประเทศอังกฤษหรือผู้ที่อาศัยอยู่ในทวีปยุโรปโดยไม่จำกัดภูมิหลังด้านการศึกษา
ความคิดของการจัดตั้งมหาวิทยาลัยเปิดในลักษณะ “มหาวิทยาลัยทางอากาศ” แห่งประเทศอังกฤษเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2506 โดยนายกรัฐมนตรี ฮาโรลด์ วิลสัน ผู้สนใจการสอนโดยใช้วิทยุและโทรทัศน์เป็นสื่อซึ่งขณะนั้นมีการสอนอยู่แพร่หลายแล้วทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย ด้วยความคิดนี้จึงทำให้มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยเปิดแห่งประเทศอังกฤษขึ้นในปี พ.ศ. 2512 และเปิดเรียนเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2514 โดยมีหลักการบริหารเพื่อจัดการเรียนอย่างอิสระแก่ผู้เรียนจำนวนมากและดำเนินการสอนผ่านทางวิทยุ โทรทัศน์ ไปรษณีย์ และคอมพิวเตอร์
ในปัจจุบันการสอนส่วนมากของมหาวิทยาลัยเปิด จะสอนทางสถานีโทรทัศน์บีบีซี (British Broadcasting Corporation : BBC) บางวิชาสอนผ่านทางอินเทอร์เน็ตและบางวิชาใช้อินเทอร์เน็ตเป็นส่วนหนึ่งของการสอน โปรแกรมการเรียนมีทั้งด้านศิลปะ คณิตศาสตร์ และวิทยาการคอมพิวเตอร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สังคมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ สุขอนามัยและประชาสงเคราะห์ ธุรกิจและมนุษยศาสตร์ โดยสอนในระดับตั้งแต่ปริญญาตรีถึงปริญญาเอกผู้เรียนจะมีอายุระหว่าง 25-45 ปี และสามในสี่ของผู้เรียนเหล่านี้จะเป็นผู้ทำงานแล้วแต่มาศึกษาต่อ
โรงเรียนทางอากาศ (School of the Air)
โรงเรียนทางอากาศ เป็นบริการการศึกษาทางไกลของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2494 และมีศูนย์การศึกษาทางไกลอยู่ทั่วประเทศในขณะนี้ โรงเรียนนี้จะใช้การออกอากาศทางวิทยุโดยใช้อุปกรณ์วิทยุพิเศษเพื่อช่วยลดช่องว่างด้านการศึกษาแก่เด็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลซึ่งอยู่กันอย่างกระจัดกระจายทั่วประเทศ
บริการนี้จะเน้นการสอนโดยการฟังบทเรียนและการติดต่อกันระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน โดยจะใช้เฉพาะทางเสียงเท่านั้น ผู้เรียนจะเรียนเพียงบทเรียนเดียวในเวลาครึ่งชั่วโมงในแต่ละวันของแต่ละชั้นเรียน ระหว่างช่วงฤดูร้อนซึ่งอากาศร้อนจัดมากจะมีผลกระทบต่อการส่งวิทยุ จึงทำให้ออกอากาศได้เฉพาะเวลา 6-9 โมงเช้าเท่านั้น และทุก ๆ 3 เดือน จะมีผู้สอนของทางโรงเรียนออกไปเยี่ยมเยียนผู้เรียนและมีการทบทวนบทเรียนให้แบบตัวต่อตัว ในส่วนผู้เรียนเองจะมีการรวมตัวกันเพื่อช่วยพัฒนาความรู้และทักษะให้แก่กันและกัน

โปรแกรมการศึกษาทางไกลในสหรัฐอเมริกา
ในประเทศสหรัฐอเมริกา สถาบันต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นระดับอุดมศึกษา ด้านธุรกิจ และด้านการทหาร ล้วนแต่มีการใช้การศึกษาทางไกลแทบทั้งสิ้น มีผู้เรียนจำนวนนับล้าน ๆ คนลงทะเบียนเรียนในวิชาที่สอนผ่านทางโทรทัศน์ซึ่งจัดโดยวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย สถานีโทรทัศน์พีบีเอส (Public Broadcasting Service : PBS) ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ที่ให้บริการแพร่สัญญาณฟรี เพื่อสาธารณประโยชน์ได้มีการแพร่สัญญาณบทเรียนไปยังผู้เรียนในสถาบันกว่า 2,000 แห่ง นอกจากนี้สถาบันธุรกิจเอกชนซึ่งรวมทั้งองค์กรธุรกิจระหว่างประเทศ ได้มีการใช้โทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเพื่อการสอนและฝึกอบรมแก่พนักงานทั่วโลก ในส่วนด้านการทหารได้มีโปรแกรมการศึกษาทางไกลผ่านทางระบบเสียงและทางอินเทอร์เน็ตแก่บุคลากรที่อยู่ในส่วนต่าง ๆ ของโลก
การศึกษาทางไกลที่จัดโดยวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา จะมีการสอนทั้งด้านวิชาทั่วไปและวิชาชีพแก่ผู้เรียน เช่น เครือข่ายการประชุมทางไกลมหาวิทยาลัยแห่งชาติ (National University Teleconference Network : NUTN) ซึ่งเป็นการรวมกันของวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยประมาณ 260 แห่งเพื่อเสนอการสอนในแทบทุกสาขา มหาวิทยาลัยด้านเทคโนโลยีแห่งชาติ (National Technological University : NTU) เสนอการสอนโดยคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำกว่า 12 แห่ง และข่ายงานสุขภาพ (HealthNet) ซึ่งเป็นสถาบันที่บริหารโดยโรงเรียนแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยบอสตันได้จัดการศึกษาต่อเนื่องสำหรับวิชาชีพด้านสุขภาพ สถาบันการศึกษาทางไกลหลายแห่งจะมีการสอนระดับปริญญาผ่านการประชุมด้วยคอมพิวเตอร์ เช่น สถาบันเทคโนโลยีแห่งนิวยอร์ก (New York Institute of Technology) มีการสอนด้านวิทยาศาสตร์ในระดับปริญญาตรีหรือมหาวิทยาลัยแห่งฟีนิกซ์ (University of Phoenix) จะมีการสอนในระดับปริญญาทางด้านธุรกิจและการจัดการ เป็นต้น
เครือข่ายการศึกษาทางไกลของมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน
มหาวิทยาลัยคอนซิน สหรัฐอเมริกา มีการจัดการศึกษาในโปรแกรมศึกษาภาคขยายและการศึกษาต่อเนื่อง โดยจัดเป็นเครือข่ายต่าง ๆ ตามลักษณะการส่งสัญญาณ โดยการใช้ระบบโทรศัพท์รวมทั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นสื่อการสอนในรูปแบบของการประชุมทางไกลในลักษณะการสื่อสารสองทาง เครือข่ายการสอนที่จัดโดยมหาวิทยาลัยคอนซิน-ภาคขยาย (University of Wisconsin Extension) มีมากมายหลายเครือข่าย เช่น
1. Educational Teleconderence Network : ETN เป็นการสอนที่ส่งเฉพาะเสียงเครือข่ายนี้เริ่มมีขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2508 เพื่อเป็นการขยายโอกาสทางการศึกษาแก่ประชาชนในรัฐโดยใช้เงินน้อยที่สุด โดยแรกเริ่มที่ตั้งขึ้นนั้นเพื่อเป็นการช่วยเหลือด้านการแพทย์เพื่อให้แพทย์ที่อยู่ห่างไกลได้มีโอกาสเพิ่มพูนความรู้ของตนหลังจากเรียนจบไปแล้ว ต่อมาได้มีการขยายโปรแกรมการสอนในด้านต่างๆ เพิ่มขึ้น เช่น ทางด้านกฎหมาย วิศวกรรม การศึกษา การเกษตร และสังคมสงเคราะห์ เป็นต้น การสอนส่วนมากจะเป็นการสอนสดซึ่งผู้สอนจะนั่งอยู่ในห้องส่งหรือโทรศัพท์มาจากที่สดก็ได้มายังสถานีส่งเพื่อถ่ายทอดไปยังผู้เรียนโดยที่ผู้เรียนจะนั่งรวมกันอยู่ในสถานที่ที่ได้กำหนดไว้และฟังการสอนที่ส่งมาทางสายโทรศัพท์และเข้าเครื่องขยายเสียงให้รบฟังได้ทั่วกัน ในขณะเดียวกันก็สามารถถามไปยังผู้สอนให้ตอบกลับมาได้ในทันที รูปแบบของการสอนมีหลายประเภท เช่น การฝึกระดมสมองการรายงาน
2. Wis View Audiographics Network เป็นการสอนที่รวมระบบการประชุมทางไกลด้วยเสียงเข้ากับคอมพิวเตอร์กราฟิก โดยที่เสียง ข้อความ และกราฟิก จะถูกส่งไปยังสถานที่เรียนทางสายโทรศัพท์ ผู้เรียนจะเห็นข้อความและภาพกราฟิกแบบภาพนิ่ง ที่เสนอบนจอมอนิเตอร์ของคอมพิวเตอร์ในขณะสอน และสามารถโต้ตอบกับผู้สอนได้เช่นเดียวกับการเรียนใน ETN
3. Wisconsin Compressed Videoconferencing Network เป็นการส่งภาพวิดีทัศน์แบบบีบอัดและเสียงไปพร้อมกันทางสายโทรศัพท์ ในระบบโครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล (ISDN) การสอนลักษณะนี้ทั้งผู้สอนและผู้เรียนสามารถเห็นภาพและได้ยินเสียงกันและกัน ทำให้การสอนมีชีวิตชีวาขึ้นกว่าการได้ยินเฉพาะเสียง และยังสามารถส่งข้อความและภาพกราฟิกด้วยกล้องถ่ายภาพเพื่อให้ปรากฎบนจอเพิ่มเติมได้
ในขณะนี้เครือข่ายเหล่านี้มีการส่งครอบคลุมเนื้อที่ทั่วรัฐและมีผู้นิยมเรียนเป็นจำนวนมากทำให้มหาวิทยาลัยวิสคอนซินเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ในการสอนระบบการศึกษาทางไกลในโปรแกรมการศึกษาภาคขยาย โดยการใช้ระบบเครือข่ายโทรศัพท์อย่างกว้างขวางและนับว่าทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา
โครงการยูนิเน็ต (UniNet)
โครงการยูนิเน็ต เป็นโครงการในประเทศไทยที่จัดตั้งขึ้นโดยทบวงมหาวิทยาลัยในปี พ.ศ. 2539 เพื่อเป็นโครงการเครือข่ายสารสนเทศเพื่อการพัฒนาระดับอุดมศึกษา (UniNet) และเป็นการกระจายการศึกษาไปยังสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ โครงการนี้นอกจากจะเชื่อมต่อสถาบันอุดมศึกษาของรัฐแล้ว ยังเปิดโอกาสให้สถาบันอุดมศึกษาของเอกชนเชื่อมโยงเครือข่าย เพื่อร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ โครงบการนี้นอกจากจะเป็นการสร้างพื้นฐานทางสารสนเทศให้แก่มหาวิทยาลัยและวิทยาเขตทุกแห่งแล้ว ยังสามารถติดต่อกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศทั่วโลกได้ด้วย ทำให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษาของผู้เรียน โดยผ่านข่ายงานของมหาวิทยาลัยทุกแห่ง
การดำเนินงานของโครงการยูนิเนตเพื่อขยายวิทยาเขตสารสนเทศนี้ จะเป็นการใช้รูปแบบการศึกษาทางไกล โดยใช้เครือข่ายสารสนเทศเพื่อช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนอาจารย์ผู้สอนปัญหาการกระจุกตัวของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐในกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑล ปัญหาการจราจรและข้อจำกัดของงบประมาณ ทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนในวิทยาเขตของตนเองได้รวมทั้งเป็นการขยายโอกาสทางการศึกษาแก่ประชนชนในส่วนภูมิภาค โดยสามารถเรียนในท้องถิ่นของตนเองไม่ต้องเข้ามาศึกษาในตัวเมือง
ระบบการสอนทางไกลในโครงการยูนิเน็ตเป็นการใช้การประชุมผ่านคอมพิวเตอร์ โดยใช้เครือข่ายเส้นใยนำแสง การสอนในลักษณะนี้จะทำให้ผู้สอนและผู้เรียนสามารถโต้ตอบกันได้ทันทีทั้งยังมีการเสนอเนื้อหาบทเรียนในรูปแบบสื่อประสมของตัวอักษร ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวและเสียง
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.)
มสธ. จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2521 โดยหลักการของมหาวิทยาลัยเปิด เพื่อจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือประกาศนียบัตร ในสาขาที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศควบคู่กับการเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชนเพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพ โดยไม่มุ่งปริญญาหรือประกาศนีบัตรเป็นการให้การศึกษาตลอดชีวิต เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความสามารถและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วไปและเป็นการขยายโอกาสในการศึกษาต่อ สำหรับผู้จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายด้วยการจัดหลักสูตรของ มสธ. ใช้หลักสูตรบูรณาการเนื้อหาวิชาเข้าด้วยกันในรูปของชุดการสอนเรียกว่า “ชุดวิชา” ในแต่ละชุดวิชาจะมีความสมบูรณ์ในตัวเองและแบ่งออกเป็น 15 หน่วย สื่อการเรียนเน้นการใช้สื่อสิ่งพิมพ์เป็นหลัก โดยส่งทางไปรษณีย์และการใช้สื่ออื่นเสริมเพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องเข้าชั้นเรียนสื่อที่ใช้ประกอบด้วยเอกสารการสอน แบบฝึกหัด เทปตลับประจำชุดวิชา การศึกษาจากการสอนทางวิทยุและโทรทัศน์ การสอนเสริมและกิจกรรมภาคปฏิบัติเสริมประสบการณ์
นอกจากนี้ มสธ. ยังได้พัฒนาคุณภาพด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับการสอนทางไกลในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ ดังนี้
1. การประชุมทางไกลระหว่างประเทศ ด้วยเสียงพูดผ่านข่ายงานคอมพิวเตอร์ความเร็วสูงเพื่อให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วโลกสามารถพูดคุยกับผู้ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ที่มสธ. โดยผ่านระบบคอมพิวเตอร์เหมือนกับการใช้โทรศัพท์ระหว่างประเทศ
2. การเผยแพร่สารสนเทศของมหาวิทยาลัยบนข่ายงานอินเทอร์เน็ต ผ่านเวิลดืไวด์เว็บเพื่อเผยแพร่ข่าวสารของมหาวิทยาลัย 3. การใช้ดาวเทียมในระบบการศึกษาทางไกล โดยการส่งสัญญาณออกอากาศจาก มสธ. ด้วยระบบไมโครเวฟไปยังสถานีดาวเทียมไทยคม แล้ว